ribbon

บ้านน่ารู้

27
มิ.ย.
2560

 

เราจะพบเห็นพื้นที่ดาดแข็งมากมายในเมืองใหญ่ๆ ทั้งถนนทางเท้า และลานจอดรถ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจะขังอยู่บนพื้นผิวที่ไม่ซึมน้ำเหล่านี้ ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม ทำลายความสมดุลของระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ และนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน มลภาวะของแม่น้ำและชายฝั่งทะเลเนื่องจากขณะที่น้ำฝนไหลผ่านพื้นผิวเหล่านี้จะชะล้างเอาคราบน้ำมันและสารเคมีต่างๆ ลงไปยังแหล่งน้ำด้วย

วิธีง่ายๆ ในการหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ก็คือต้องหยุดการปูผิวปิดหน้าดินด้วยวัสดุที่ไม่ซึมน้ำซึ่งจะกั้นน้ำไม่ให้ซึมผ่านลงดินได้ แต่หากต้องเลิกใช้ถนน ทางเท้า และลานจอดรถ ก็คงจะไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ดังนั้น แทนที่จะใช้คอนกรีตหรือยางมะตอยแบบเดิม ในสหรัฐอเมริกา องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPA) และวิศวกรด้านธรณีวิทยาแนะนำให้ใช้คอนกรีตพรุนเพื่อจัดการปัญหานี้ ซึ่งคอนกรีตพรุนจะช่วยในกระบวนการระบายน้ำโดยจะรองรับน้ำไว้ในช่องว่างของวัสดุและค่อยๆ ไหลซึมลงดินด้านล่างถนนคอนกรีตและที่จอดรถสามารถเพิ่มปริมาณการรองรับน้ำฝนได้ถึงสองเท่าของพื้นที่ ซึ่งช่วยลดปริมาณน้ำฝนที่ค้างบนผิวดินจนเกิดการท่วมขังและยังลดโครงสร้างของระบบการจัดการน้ำฝนแบบการจัดการดั้งเดิมลงได้ เช่น บ่อเก็บกักนำ และท่อระบายน้ำ ซึ่งจะช่่วยลดต้นทุนค่าก่อสร้างระบบระบายน้ำได้อย่างดี

Porous Concrete

ภาพประกอบ : http://secement.org/products/pervious-concrete/

 

คอนกรีตพรุนคืออะไร ระบายน้ำได้อย่างไร

คอนกรีตพรุน เป็นเทคโนโลยีคอนกรีตที่มีรูพรุนต่อเนื่องกันโดยไม่มีมวลละเอียดหรือทรายในส่วนผสม เพื่อต้องการให้เกิดโพรงที่ต่อเนื่อง (Interconnection Void) อยู่ภายในเนื้อคอนกรีตขนาดตั้งแต่ 2 - 8 มม. โดยทั่วไปจะมีพื้นที่ช่องว่างประมาณร้อยละ 15 - 25 ซึ่งขนาดช่องว่างเหล่านี้จะทำหน้าที่ให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก อัตรการไหลผ่านของน้ำผ่านคอนกรีตพรุนมักจะอยู่ที่ประมาณ 200 ลิตร / ตร.ม. / นาที ถึงแม้ว่าความพรุนสูงจะลดความแข็งแรงเมื่อเทียบกับคอนกรีตทั่วไป แต่มีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปตามปกติ

คอนกรีตพรุน ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาในประเทศอังกฤษและอเมริกาเป็นเวลากว่า 30 ปี เพื่อใช้ในงานคอนกรีตที่รักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมได้อย่างหลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานทั้งในด้านความแข็งแรง ความสามารถในการระบายน้ำ ความสามารถในการอุ้มน้ำ และความสามารถด้านอื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ต้องการการระบายน้ำได้ดี เช่น พื้นลานจอดรถ ลานหน้าอาคาร ลานรอบที่พักอาศัย พื้นบริเวณรอบสระว่ายน้ำ ถนนในหมู่บ้านที่การจราจรไม่หนาแน่น และถนนภายในสนามกอล์ฟ เป็นต้น

Porous Concrete

ภาพประกอบ : http://secement.org/products/pervious-concrete/

 

"คอนกรีตพรุนน้ำหนักเบา ช่วยดูดซับเสียง ค่าการนำความร้อนต่ำ ระบายความร้อนได้ดี สะท้อนความร้อนเข้าบ้านน้อย"

คอนกรีตพรุนนอกจากมีน้ำหนักเบา ความพรุนในเนื้อคอนกรีตยังช่วยเพิ่มการดูดซับเสียง ค่าการนำความร้อนต่ำ และระบายความร้อนได้ดีจึงมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อน รวมถึงเสียงยานพาหนะได้ดี ลดการใช้พลังงานเพราะสะท้อนความร้อนเข้าบ้านน้อยลง ดังนั้นจึงถือได้ว่าคอนกรีตพรุนเป็นคอนกรีตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยิ่งไปกว่านั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบตกแต่งเพื่อความสวยงามได้อย่างลงตัว

Porous Concrete

ภาพประกอบ : http://www.shutoko.jp/ss/tokyo-smooth/harumi/torikumi.html

ปัญหาน้ำท่วมขังในเมืองใหญ่ที่มีพื้นที่ดาดแข็งมากมายนั้นอาจจะแก้ไขได้หารเราทุกคนช่วยกัน เริ่มต้นจากพื้นที่หน้าบ้านของเรา ในหมู่บ้านของเรา ถนนในท้องถิ่นของเรา หน้าฝนคราวหน้าเราอาจจะเห็นน้ำรอการระบายน้อยลงก็เป็นได้

 

โครงการประกวดบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน

 

 

Newsletter signup

Get the scoop on new products and

the latest tech papers.